แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สวนมะนาว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สวนมะนาว แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ม.ลาดกระบังพบ นาโนซิงค์ออกไซค์ ทำให้ผลมะนาวดก


ค้นพบ สาร นาโนซิงค์ออกไซด์ พิชิตโรคแคงเกอร์ และ ทำให้มะนาวผลดก

                         จากการวิจัยของ วิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมกับศูนย์การวิจัยนาโนเทคโนโลยี เพื่อการเกษตร อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ได้วิจัยหาแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะนาว ให้สามารถที่จะเรียนรู้วิธีการปลูกมะนาว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ในที่สุดก็ ค้นพบอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ ที่เมื่อนำมาฉีดพ่นที่ต้นมะนาว จะทำให้ผลดกขึ้น 20% ผลมะนาวกลมใหญ่ ผิวเขียวเป็นมันเงา ผลการทดลองไม่พบรอยจุดนูนสีน้ำตาลตามผล และไม่ถูกทำร้ายจากเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคแคงเกอร์ในมะนาวอีกด้วย แถมยังช่วยประหยัดต้นทุนถึง 75%

                         โดยทาง ศ.ดร.จิติ หนูแก้ว คณบดีวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า จากการที่ราคาผลมะนาวในท้องตลาด มีแนวโน้มที่สูงขึ้น โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง ที่ผลมะนาวมีราคาที่ผลละ 7-10 บาท เนื่องจากในช่วงหน้าแล้งมีอากาศร้อน แห้งแล้ง เกษตรกรไม่สามารถปลูกมะนาวและได้ผลผลิตตามความต้องการของตลาด แต่พอเข้าหน้าฝน ต้นมะนาวก็จะถูกรบกวนจากโรคแคงเกอร์ ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ผลผลิตมะนาวมีลดลง รวมถึงต้นทุนการผลิตสูง ทางวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีฯ จึงได้ร่วมกับศูนย์วิจัยนาโนเทคโนโลยีเพื่อการเกษตร อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เพื่อคิดค้นและวิจัยแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถเรียนรู้วิธีการปลูกมะนาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุดสามารถคิดค้นอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ที่ใช้กับต้นมะนาวได้สำเร็จ จากนั้นนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ในการฉีดพ่นที่ต้นมะนาวในอัตราส่วน 50 กรัมต่อน้ำ 200 ลิตร โดยมีระยะเวลาในการฉีดพ่นทุก 10-15 วันต่อครั้ง พบว่า เมื่อใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์สามารถทำให้ผลมะนาวที่ได้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ผลมะนาวมีลักษณะกลมสวย ผิวเขียวเป็นมันเงา ไม่พบรอยจุดนูนสีน้ำตาลตามผล และไม่ถูกทำร้ายจากเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคแคงเกอร์ในมะนาวอีกต่อไป รวมถึงผลผลิตที่ได้มีปริมาณมากกว่าที่ไม่ได้ใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ถึง 20%

                         นอกจากนี้ยังทำให้ต้นทุนในการปลูกมะนาวของเกษตรกร ยังลดลงอีกด้วย เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้สารเคมีหลากหลายชนิด เพื่อใช้ในการป้องกัน และกำจัดโรค รวมถึงแมลงศัตรูพืช โดยสารเคมีที่ชาวบ้านเรียกกันว่าสารเขียว หรือก็คือสารประกอบของทองแดง โดยเป็นสารเคมีที่นิยมกันมากในสวนมะนาว แต่สารเคมีประเภทนี้เป็นสารเคมีที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง หลังจากเกษตรกรเปลี่ยนมาใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ฉีดพ่นแทนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้สารเคมีเหล่านี้อีกต่อไป ทำให้ลดต้นทุนลงได้ และยังได้ผลมะนาวที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอีกด้วย

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การตัดแต่งกิ่งต้นมะนาว

การตัดแต่งกิ่งมะนาว

ต้นมะนาว ถ้าปล่อยให้เจริญเติบโตไปตามธรรมชาติ จะพบว่ามีกิ่งก้านแตกออกมารกรุงรัง และอาจจะมีกาฝากหรือฝอยทองเกาะตามกิ่งมะนาวได้ ทำให้กิ่งแห้งและง่ายต่อการที่โรคและแมลงต่างๆเข้าทำลายได้ ต้นมะนาวจะแตกกิ่งก้านสาขามากมายจนไม่ได้รูปทรงตามต้องการ และอาจจะเจริญเติมโตมากอยู่เพียงแค่ด้านเดียว ทำให้โค่นล้มได้ง่าย เนื่องจากการรับน้ำหนักที่มากเกินไปและไม่สมดุล ทำให้ต้นมะนาวไม่เจริญเติมโตอย่างแขจ็งแรง ทำให้มีพื้นที่ออกผลได้น้อย นอกจากนี้ยังทำให้การเข้าไปทำงานในสวนมะนาวทำได้อย่างยากลำบากยิ่งขึ้น และเพื่อรักษาทรงพถ่มให้อยู่ในรูปร่างที่เหมาะสม ดังนั้นเราควรที่จะได้มีการตัดแต่งกิ่งมะนาว โดยจุดประสงค์ของการตัดแต่งกิ่งมะนาวก็เพื่อประโยชน์ด้านต่างๆดังต่อไปนี้

1. เพื่อให้โครงสร้างของต้นมะนาวสมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งต้องทำตั้งแต่ต้นมะนาวยังเล็ก โดยเลือกเอากิ่งที่แข็งแรง กิ่งลำต้นกว้าง เนื่องจากเป็นกิ่งที่มีโครงสร้างแข็งแรง โดยกิ่งที่ต้องกำจัดออกก็คือ กิ่งที่มีมุมแคบที่อ่อนแอ กิ่งที่ไขว้กันเกะกะ กิ่งมะนาวที่เติบโตแข่งกับลำต้น ซึ่งกิ่งพวกนี้มักจะไม่ค่อยออกดอกออกผล ซ้ำร้ายยังจะคอยแย่งอาหารอีกด้วย และเมื่อตัดกิ่งพวกนี้ออกต้นมะนาวจะโปร่งและได้รับแสงอย่างทั่วถึงอีกด้วย ทำให้สร้างอาหารได้มาก ต้นจะแข็งแรง และออกดอกออกผลได้ดี

2. เพื่อให้ต้นมะนาวมีรูปทรงและสักษณะต้นที่ต้องการ สะดวกในการทำงาน และการดูแลรักษาสวนมะนาวเป็นไปได้โดยง่าย เช่น การใส่ปุ๋ย การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช และการเก็บเกี่ยวพลผลิตเป็นต้น

3. เพื่อให้มะนาวออกดอกติดผลกระจายทั่วทั้งต้น เนื่องจากได้รับแสงแดดอย่างทั่วถึง การสังเคราะห์ด้วยแสงของใบมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทไให้มีอาหารเพียงพอในการสร้างดอกสร้างผล

4. เพื่อช่วยป้องกันการระบาดของโรค และ แมลงต่างๆ ต้นมะนาวทรงพุ้มที่หนาทึบที่ไม่ได้มีการตัดแต่งกิ่ง จะเป็นที่สะสมของดรคและแมลงต่างๆได้เป็นอย่างดี การตัดแต่งกิ่งออกจะทไให้มีทรงพุ่มโปร่ง แสงแดดส่องได้ทั่วถึงปริเวณโคนต้น ซึ่งจะช่วยลดการระบาดของโรคและแมลงต่างๆได้เป็นอย่างมาก

5. เพื่อลดความเสียหายจากลมแรง เนื่องจากมะนาวทรงพุ่มที่โปร่งย่อมได้รับแรงปะทะของลมได้น้อยกว่าทรงพุ่มที่หนาทึบ การล้มของต้นมะนาว รวมถึงความเสียหายของการแตกหักของกิ่งจะมีน้อยกว่าต้นมะนาวที่ไม่ได้รับการตัดแต่งกิ่ง

6. ในการตัดแต่งกิ่งมะนาวทุกครั้งจะต้องใช้เครื่องมือที่สะอาดและคม ในระหว่างการต้ด อย่าสร้างรอยแผลให้แก่ต้นมะนาวเกินความจำเป็นศึ่งถ้าเกิดรอยแผลมาก โรคและแมลงจะมีโอกาสเข้าทำลายได้มากขึ้น



ในช่วง 2 ปีแรกของต้นมะนาว ให้ตัดเพื่อรักษา ทรงพุ่มให้อยู่ในรูปทรงที่ต้องการเช่น ทรงสูง ทรงพุ่มแจ้ เป็นต้น และควรตัดเฉพาะกิ่งที่แห้งและอยู่ชิดดินมากเกินไป กิ่งที่ยาวมากก็ตัดให้สั้นลง เมื่อมะนาวมีอายุได้ 3 ปี การตัดแต่งกิ่งในช่วงนี้จะมีความสำคัญมาก เพราะเป็นการตัดแต่งกิ่งเพิ่มให้โครงสร้างและทรงพุ่มสวยงามและเหมาะสม ในระยะจากโคนต้นขึ้นมา 1 เมตร ไม่ควรให้มีกิ่งแขนงอยู่เลย ควรให้เปนทรงต้นที่โดดขึ้นมา ส่วนบนต่อจากนั้นจึงให้เป็นทรงพุ่มได้ กิ่งที่จเำเป็นต้องตัดออกในช่วงนี้ก็คือกิ่งที่แห้งตาย และกิ่งที่เป็นโรค กิ่งที่เกะกะก็ควรที่จะตัดให้สั้นลง กิ่งกระโดงที่มักขึ้นจากลำต้นหรือช่วงกลางลำต้น หรือกิ่งที่ไม่มีประโยชน์ก็ควรที่จะได้ตัดออกเสีย

สำหรับต้นมะนาวที่ให้ผลแล้ว ควรที่จะทำการตัดแต่งกิ่งปีละครั้ง โดยทำหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว โดยจะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด กิ่งที่ต้ดออกจากต้นก็ควรนำเอาไปเผาไฟ หรือฝังดินอย่าทิ้งกิ่งไว้ตามลำต้น เรพาโรคหลายชนิดสามารถอาศัยอยู่บนกิ่งเหล่านั้นได้ และยังสามารถที่จะระบาดไปยังต้นได้อีกด้วย



วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การกำจัดวัชพืช ให้ต้นมะนาว

การกำจัดวัชพืช ให้ต้นมะนาว

วัชพืชที่ขึ้นอยู่ในสวนมะนาว นอกจากจะเป็นตัวแย่งน้ำแย่งอาหารจากต้นมะนาวแล้ว ยังทำให้สวนมะนาวรกรุงรัง เป็นที่อยู่อาศัยของโรค และแมลงศัตรูพืชต่างๆ บางครั้งก็ขึ้นรกตามโคนต้นมะนาวทำให้แสงแดดส่องไม่ถึงโคนต้น เกิดความชื้นมาก และเกิดโรคต่างๆ ตามมาได้ง่าย ในสวนมะนาวจึงไม่ควรปล่อยให้มีวัชพืชขึ้นรกรุงรัง เพราะวัชพืชเหล่านี้จะป็นตัวก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา วัชพืชที่ขึ้นในสวนก็จะมีแตกต่างกันออกไป บางชนิดมีอายุยืนหลายปี บางชนิดมีช่วงอายุการเจริญเพียง 2-3 เดือน ในการกำจัดวัชพืชก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสวนแต่ละแห่ง

การกำจัดวัชพืชในสวนมะนาวทำได้หลากหลายวิธี เช่น การถอน ถากถาง หรือ การใช้เครื่องตัดหญ้าแบบต่างๆ แต่ถ้าเป็นในสวนมะนาวใหญ่ๆ จะนิยมใช้เครื่องตัดหญ้าช่วยผ่อนแรง มีทั้งเครื่องตัดแบบติดเครื่งอยนต์สะพายไหล่ และแบบรถตัดหญ้าล้อจักรยาน หรือสวนมะนาวในที่ดอนอาจจะใช้เครื่องตัดหญ้าแบบพ่วงท้ายรถแทรคเตอร์ ซึ่งก็ให้ผลดีและประหยัดแรงงานได้มาก แต่การกำจัดวัชพืชด้วยวิธีเหล่านี้จะต้องระมัดระวังอย่าให้เกิดบาดแผลตามโคนต้นมะนาว หรือกระทบกระเทือนถึงระบบราก หรือตามกิ่งมะนาว ที่อยู่ต่ำๆ ติดดิน เพราะจะทำให้เชื้อโรคและแมลง เข้าทำลายได้ง่าย

การตัดหญ้าหรือวัชพืชควรที่จะกำจัดออกให้หมด หรือเหลือไว้ในระดับเตี้ยๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละสวน บางสวนเอาหญ้าออกจนเหลือแต่ดินโล่งๆ บางแห่งจะตัดออกเฉพาะส่วนที่อยู่สูงๆ เหลือตอไว้คลุมดินเพื่อป้องกันการพังทะลายของหน้าดิน หญ้าหรือเศษวัชพืชที่ตัดออกนั้น บางครั้งก็นำมาใช้ประโยชน์ได้โดยเอาคลุมโคนรอบๆ ต้นมะนาวช่วยให้ดินชุ่มชื้น ป้องกันดินแห้งเร็วโดยไม่ต้องคอยรดน้ำบ่อยๆ และเมื่อวัชพืชเหล่านี้เน่าเปื่อยก็จะกลายเป็นปุ๋ยช่วยบำรุงดินต่อไปได้อีก อย่างไรก็ตามการใช้วัชพืชคลุมโคนต้นมะนาวนั้น ไม่ควรที่จะคลุมให้สุมโคนต้นหรือชิดต้น แต่ควรที่จะวันระยะห่างจากโคนต้นออกมาพอสมควร เพราะต้นมะนาวที่ปลูกโดยทั่วๆไปนั้นมีโรคทางดินรบกวนอยู่เสมอ หากใช้วัชพืชสุมโคนต้นมะนาวหรือคลุมติดโคนต้นมากเกินไป จะทำให้โคนต้นชื้นแฉะทำให้เกิดโรคทางดินต่างๆ เช่นโรครากเน่า ในต้นมะนาวได้ง่าย

วิธีกำจัดวัชพืชอีกวิธีหนึ่งที่นิยมกันมากในสวนมะนาวคือ การกำจัดวัชพืชโดยใช้สารเคมี หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า ยาฆ่าหญ้า ซึ่งการใช้สารเคมีพวกนี้ต้อมีความรู้ความเข้าใจ ในวิธีการใช้ และรู้จักสารเคมีกำจัดวัชพืชนั้นๆเป็นอย่างดี ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดผลเสียหายแก่ต้นมะนาวขึ้นได้ ชนิดของสารเคมีที่ใช้กันทั่วๆไปมากมาย เช่น พาราขวิท, โกลโฟเสท เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นสารจำพวกที่ทำให้ส่วนสีเขียวของวัชพืชแห้งตาย เมื่อฉีดเข้าไปแล้วหญ้าต่างๆ จะใบเหลืองแห้งตายไป ซึ่งสารพวกนี้ถ้าปลิวไปถูกต้นมะนาวก็อาจจะทำให้ต้นมะนาวเกิดอันตรายได้เช่นกัน เช่นทำให้ใบไหม้เหลืองเป็นจุดๆ หรือไหม้ทั้งใบหากถูกกับยามากๆ เนื้อใบเป็นแผลยุบตัว ของแผลฉ่ำน้ำมีสีเขียว หรือสีเขียวอมน้ำตาล การใช้สารเคมีพวกนี้จึงควรที่จะใช้ด้วยความระมัดระวัง เช่น ฉีดพ่นตอนลมสงบ อย่าฉีดสูง และที่พบได้บ่อยก็คือ เมื่อใช้เครื่องฉีดพ่นแล้วลืมล้างหรือล้างเครื่องพ่นไม่สะอาด เมื่อนำเครื่องไปฉีดพ่นยาฆ่าแมลงจะทำให้ต้นมะนาวเสียหายได้ทั้งต้น